ทักษะแห่งอนาคตสำหรับผู้นำในยุคดิจิทัล โดย คุณท๊อป จิรายุ ทรัพย์โสภา

cover-article-the-next-humans-skills

The Next Humans Skills 3 ทักษะสำคัญที่คนไทยต้องมี เพื่อรอดในยุค AI และ ASEAN Integration

รู้หรือไม่ว่า 44% ของทักษะที่เราใช้ทำงานอยู่ทุกวันนี้ จะไม่มีประโยชน์ภายใน 5 ปีข้างหน้า?

first-session-top-jirayus-from-bitkub
Speaker : คุณท๊อป จิรายุ ทรัพย์ศรีโสภา ผู้ก่อตั้งและประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท บิทคับ แคปปิตอล กรุ๊ป โอสดิ้งส์ จำกัด
ในงาน MOU Ceremony ของ Bitkub x 9Expert x Key Solutions Training ณ ห้อง Zillaspace FYI Center
 
ตัวเลขนี้ไม่ได้มาจากการคาดเดา แต่มาจากการวิเคราะห์แนวโน้มโลกที่กำลังเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว ไม่ว่าจะเป็นการมาถึงของ AI Automation, Humanoid Robots, หรือการรวมตัวของ ASEAN ที่จะทำให้การแข่งขันไม่ได้จำกัดอยู่แค่หน้าปากซอยอีกต่อไป
ประเทศไทยกำลังเผชิญกับความท้าทายครั้งใหญ่ เรายังติดอยู่กับ Old Economy ในขณะที่ประเทศอื่นๆ ทั่วโลกกำลังโตด้วย New Economy อย่างก้าวกระโดด ดูได้จากคนที่รวยที่สุด 10 อันดับของโลก 9 ใน 10 คนล้วนมาจากธุรกิจเทคโนโลยียุคใหม่ทั้งสิ้น
บทความนี้จะพาทุกคนไปทำความเข้าใจว่า "The Next Humans Skills" หรือทักษะที่คนในอนาคตต้องมีคืออะไร ทำไมถึงสำคัญ และเราจะเริ่มต้น Upskill ตัวเองได้อย่างไร
 

Old Economy vs New Economy และ ทำไมประเทศไทยถึงโตช้า

ปัญหาที่ประเทศไทยกำลังเผชิญ
ในช่วงหลายปีที่ผ่านมา หากใครทำธุรกิจในกลุ่ม New Economy เช่น AI, Blockchain, AR/VR, 3D Printing, IoT จะพบว่าธุรกิจเติบโตอย่างมหาศาล แต่ถ้าใครยังทำธุรกิจแบบดั้งเดิม หรือ Old Economy ก็จะพบว่าเศรษฐกิจไม่ดีอย่างที่บ่นกัน
สิ่งที่น่าตกใจคือ เทคโนโลยียุคใหม่เหล่านี้แทบไม่มีบริษัทไทยเป็นผู้เล่นหลักเลย ไม่มีบริษัทไทยที่เป็น Top 10 ในวงการเทคโนโลยีเหล่านี้ ในขณะที่ประเทศอื่นๆ สามารถนำเทคโนโลยีใหม่มาใช้ได้ดีกว่า

ตัวเลขที่ต้องรู้
  • ประเทศไทยยังโตอยู่ที่ประมาณ 2% ต่อปี เพราะถูกถ่วงด้วย Old Economy
  • 50 ปีที่ผ่านมา บริษัท Top 10 ของประเทศไทยแทบไม่เปลี่ยนแปลง
  • ในขณะที่ Top 10 ของโลก มาจากเทคโนโลยีใหม่ทั้งหมดภายในแค่ 10 ปี
 

ASEAN Integration กับ การเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ที่กำลังจะมาถึง

3 การเปลี่ยนแปลงหลักที่ต้องจับตา
การรวมตัวของอาเซียนจะนำมาซึ่งการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ใน 3 ด้าน

  1. Free Flow of People (การเคลื่อนย้ายคนอย่างเสรี)

เหมือนกับที่ยุโรปมี Schengen Visa ที่ทำให้คนเดินทางข้ามประเทศได้อย่างอิสระ อาเซียนก็กำลังมุ่งหน้าไปทางนั้น นั่นหมายความว่า การหางานจะยากขึ้น เพราะเราจะต้องแข่งขันกับแรงงานจากฟิลิปปินส์ อินโดนีเซีย และประเทศอื่นๆ ที่มีอายุเฉลี่ยของคนทำงานต่ำกว่ามาก

  • อายุเฉลี่ยคนทำงานของ ฟิลิปปินส์: 30 ปี
  • อายุเฉลี่ยคนทำงานของ อินโดนีเซีย: 25 ปี
  • ประเทศไทยเป็น 1 ใน 10 ประเทศที่มีประชากรสูงอายุ
  1. Free Flow of Goods and Services (การเคลื่อนย้ายสินค้าและบริการอย่างเสรี)

Import/Export จะง่ายขึ้นด้วยการ Standardization ของกฎระเบียบต่างๆ ธุรกิจเล็กๆ ที่เคยแข่งขันแค่ในพื้นที่ จะต้องแข่งกับคู่แข่งทั่วอาเซียน

  1. Free Flow of Payments (การชำระเงินข้ามประเทศอย่างเสรี)

จำได้ไหมว่าเมื่อก่อนโอนเงินต่างประเทศต้องเสียค่าธรรมเนียมเกือบ 25 บาท? ตอนนี้มี PromptPay ก็โอนกันได้ทันที แต่โอนเงินข้ามอาเซียนยังต้องรอ 2 วัน และเสียค่าธรรมเนียม 5%
ในอนาคตอันใกล้ จะมี QR Code Standardization ทั่วอาเซียน โอนเงินถึงกันทันที ไม่ต้องรอ 2 วัน นั่นหมายความว่า คนขายของหน้าปากซอยจะไม่ได้แข่งขันกับหน้าปากซอยอีกต่อไป แต่จะต้องแข่งกันทั่วอาเซียน

  • โอกาสและเงินทุนที่กำลังไหลเข้ามา
  • เม็ดเงินลงทุน 2 Trillion USD จะไหลเข้ามาในอาเซียนภายในไม่กี่ปีข้างหน้า
  • คิดเป็นประมาณ 2% ของ Global GDP
  • แต่เงินที่จะเข้ามาไม่ใช่ Traditional Investment แต่เป็น Digital FDI ที่จะเข้าไปในอุตสาหกรรมใหม่

Green Supply Chain กติกาใหม่ที่จะเปลี่ยนทุกอย่าง

ESG, Net Zero และ CBAM คืออะไร?

ในอีก 5 ปีข้างหน้า CBAM (Carbon Border Adjustment Mechanism), Carbon Pricing และ Carbon Tax จะมาถึง สิ่งเหล่านี้จะสร้าง Green Supply Chain ที่จะบังคับให้ทุกธุรกิจต้องปรับตัว

ผลกระทบที่จะเกิดขึ้น

เมื่อก่อน Green Transition ทำไปเพื่อ Morality หรือเพื่อภาพลักษณ์ที่ดี แต่ในอนาคต มันจะกลายเป็นเรื่องของ เงินในกระเป๋า
ใครทำตาม ESG จะได้สิทธิประโยชน์ ไม่ต้องเสียภาษีนำเข้า
ใครไม่ทำ จะ ส่งออกไม่ได้, กู้แบงก์ไม่ได้, เข้าตลาดหลักทรัพย์ไม่ได้
นี่คือ Carrot and Stick ที่จะถูก Force เข้าไปในระบบธุรกิจ ใครที่ยังไม่เริ่มเตรียมตัว อาจจะสายเกินไปเมื่อถึงวันที่กฎระเบียบบังคับใช้จริง
 

AI และ Humanoid Robots งานไหนจะถูกแทนที่?

การเปลี่ยนแปลงของโลกการทำงาน

ในอีก 5 ปีข้างหน้า Humanoid Robot จะถูกลงมาก ปัจจุบันราคาตัวละเกือบล้านบาท แต่ในอนาคตจะถูกจนทุกบ้านสามารถมีได้ Elon Musk กำลังวางแผน Mass Produce Humanoid Robot และนี่คือเหตุผลที่หุ้น Tesla พุ่งสูงขนาดนั้น
คำถามสำคัญ: ถ้ามี Humanoid Robot 1,000 ล้านตัว งาน Blue Collar จะเหลืออะไร?

  • Robot ทำงานได้ 24 ชั่วโมง
  • ไม่ต้องหลับ ไม่ต้องนอน
  • ไม่บ่น ไม่มีปัญหา Culture
  • ไม่ต้องจ่ายเงินเดือน

Unbundling และ Rebundling ของงาน

ไม่ใช่แค่ Blue Collar ที่จะถูก Replace แต่ White Collar ก็จะถูกกระทบด้วย AI Automation
สิ่งที่เกิดขึ้นคือการ Unbundling และ Rebundling ของ Job Description

  • Unbundling: HR จะต้องแยกงานออกเป็น Task ย่อยๆ
  • วิเคราะห์ว่า Task ไหน AI ทำได้
  • Rebundling: Task ที่ AI ทำไม่ได้ จะถูกรวมกลับเป็น Position ใหม่

ผลลัพธ์คือ บริษัทจะใช้คนน้อยลง เพราะ Automation ของ Task (ไม่ใช่ Job) จะเกิดขึ้นอย่างต่อเนื่อง
 

The Next Humans Skills 3 ทักษะที่คนของอนาคตต้องมี

Financial Literacy (ความรู้ทางการเงิน)

ปัญหา: ระบบการศึกษาไม่เคยสอนเรื่องนี้
ลองถามตัวเองว่า ตอนอยู่มัธยมหรือมหาวิทยาลัย มีใครสอนความรู้ทางการเงินที่ถูกต้องบ้าง? คำตอบส่วนใหญ่คือ ไม่มี
20 ปีที่ผ่านมา คนไทยมีหนี้ครัวเรือนสูงติดอันดับโลก เพราะไม่มีใครสอนเรื่องการเงินตั้งแต่เด็ก
 

สิ่งที่ต้องเข้าใจ

Currency Debasement - เงินของเราถูกลดค่าลงประมาณ 10% ต่อปี ในขณะที่เรายังถูกสอนให้เก็บเงินในธนาคารที่ให้ดอกเบี้ยแค่ 1% นั่นหมายความว่า เงินหายไป 9% ต่อปีแบบไม่รู้ตัว
Digital Asset และ Digital Currency - สินทรัพย์ดิจิทัลกำลัง Outperform สินทรัพย์แบบดั้งเดิมที่หยุดโตแล้ว คนที่เข้าใจและปรับตัวได้เร็วจะได้เปรียบ
 

Digital Literacy (ความรู้ด้านดิจิทัล)

ปัญหา: ประเทศไทยตามหลังค่อนข้างไกล
ในขณะที่โลกกำลังพูดถึง AI, Blockchain, Cyber Security ประเทศไทยยังคงพึ่งพาอุตสาหกรรมแบบเดิมๆ
 

สิ่งที่ต้องเรียนรู้

AI และ Automation - เข้าใจว่า AI ทำอะไรได้และทำอะไรไม่ได้
Blockchain และ On-chain Technology - เทคโนโลยีที่จะเปลี่ยนวิธีการทำธุรกรรม
Digital Asset - สินทรัพย์ดิจิทัลที่กำลังเติบโต
44% ของ Skillset ที่เรามีอยู่จะไม่มีประโยชน์ภายใน 5 ปี นี่คือเหตุผลที่เราต้อง Re-skill และ Up-skill อย่างจริงจัง ไม่ใช่แค่รอดู
 

Health Literacy (ความรู้ด้านสุขภาพ)

ปัญหา: คนไทยติดเตียงมากขึ้นเรื่อยๆ
รู้หรือไม่ว่า 70% ของผู้ป่วยในประเทศไทยเป็น NCD (Non-Communicable Disease) หรือโรคไม่ติดต่อ เช่น เบาหวาน ความดัน โรคหัวใจ
รายได้จากการท่องเที่ยวที่คิดเป็น 20% ของ GDP กำลังถูกกินหมดไปกับค่ารักษาพยาบาล และถ้าอัตราการเกิด NCD ยังสูงขึ้นเรื่อยๆ อีกไม่นานรายได้ทั้งหมดจะหายไปกับการรักษา
สิ่งที่ต้องเข้าใจ:
ป้องกันดีกว่ารักษา - การให้ Vitamin D3 แก่ประชาชน 1 หมื่นคน ใช้เงินน้อยกว่าการรักษาคนติดเตียงคนเดียวมาก
 

ข้อเท็จจริงที่น่าตกใจ

การทำ Sauna 20 นาทีต่อวัน ที่ 93 องศา สามารถลด All-Cause Mortality ได้ถึง 40%
การ ขยับร่างกายทุก 45 นาที ดีกว่าการนั่งทั้งวัน 8 ชั่วโมงแล้วไปวิ่ง 1 ชั่วโมง
Muscle is the currency of ageing - กล้ามเนื้อคือสกุลเงินของการแก่ตัว ฝากเงินเยอะๆ ก็ควรฝากกล้ามเยอะๆ ด้วย
ปัญหาของระบบสาธารณสุข
ระบบปัจจุบันเป็นแค่ Sick Care ไม่ใช่ Health Care แพทย์ให้ยาความดัน ให้ยาเบาหวาน แต่ไม่ได้แก้ Root Cause ไม่ได้ป้องกัน แค่ปิดอาการ
 

การศึกษาต้องเปลี่ยน: Predistribution และ Redistribution of Education

Predistribution of Education

เมื่อก่อนเราเรียน 4 ปีในมหาวิทยาลัย โดยมี Expectation ว่าจะทำงาน 30 ปีแล้วเกษียณ แต่ปัจจุบันคนอายุยืนขึ้น อายุเกษียณจะต้องถูก Push ออกไป
คำถาม: ถ้าเรียน 4 ปีเหมือนเดิม แต่ต้องทำงาน 50 ปี (ไม่ใช่ 30 ปี) Curriculum ที่เรียนจะเพียงพอหรือไม่?
คำตอบคือ ไม่พอ เราต้อง Redefine การศึกษาให้ Relevant กับโลกที่เปลี่ยนไป
 

Redistribution of Education

สำหรับคนที่ทำงานอยู่แล้ว เราต้องมี Open Education Platform ที่ช่วย Re-skill และ Up-skill คนทั้งประเทศ ไม่ใช่แค่เด็กที่กำลังเรียนอยู่ แต่รวมถึงคนที่จบไปแล้วด้วย
 

Key Takeaways

5 สิ่งที่ต้องลงมือทำทันที

  1. ยอมรับความจริงว่าโลกเปลี่ยนไปแล้ว - 44% ของ Skillset ปัจจุบันจะไม่มีประโยชน์ใน 5 ปี อย่ารอจนสายเกินไป
  2. เริ่มเรียนรู้ Financial Literacy - เข้าใจ Currency Debasement, Digital Asset และวิธีปกป้องความมั่งคั่งของตัวเอง
  3. Up-skill ด้าน Digital - เรียนรู้ AI, Automation, Blockchain อย่างน้อยในระดับที่เข้าใจว่ามันทำงานอย่างไรและจะกระทบงานของเราอย่างไร
  4. ลงทุนในสุขภาพ - ขยับร่างกายทุก 45 นาที นอนให้พอ กินอาหารที่ดี สร้างกล้ามเนื้อ เพราะ "Muscle is the currency of ageing"
  5. มองภาพใหญ่ระดับ ASEAN - การแข่งขันจะไม่ได้จำกัดอยู่แค่ในประเทศอีกต่อไป เตรียมตัวให้พร้อมสำหรับการแข่งขันระดับภูมิภาค

แนะนำหลักสูตรเรียนรู้กับ The Next Humans Skills

หากคุณสนใจที่จะเรียนรู้และประยุกต์ใช้ Power Platform สำหรับงานธุรกิจ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการทำงาน

  1. The Next-Gen Strategic Leadership in the Digital Era Economy (2 วัน) หลักสูตรพัฒนาภาวะผู้นำเชิงกลยุทธ์สำหรับผู้บริหารยุคดิจิทัล เสริมทักษะการคิดเชิงกลยุทธ์ การใช้ข้อมูลและ AI ในการตัดสินใจ และการนำการเปลี่ยนแปลง เพื่อขับเคลื่อนองค์กรสู่ความสำเร็จอย่างยั่งยืนในเศรษฐกิจดิจิทัล
  2. The Next-Step Data-Driven Leadership & Strategic Communication (2 วัน) หลักสูตรสำหรับผู้นำระดับกลาง (Middle Management) ที่ต้องการพัฒนาทักษะการตัดสินใจด้วยข้อมูลและ AI พร้อมเสริมการสื่อสารเชิงกลยุทธ์และ Data Storytelling เพื่อถ่ายทอด Insight และขับเคลื่อนทีมและองค์กรอย่างมีประสิทธิภาพ
  3. The Next-Gen Innovator : AI, Automation and Blockchain (Citizen Developer) (2 วัน) หลักสูตรพัฒนา Citizen Developer สำหรับบุคลากรทุกระดับ เรียนรู้การสร้างระบบอัตโนมัติ แอป และ AI Solution ด้วย Power Platform โดยไม่ต้องเขียนโค้ด พร้อมเข้าใจการประยุกต์ใช้ Blockchain และพัฒนาภาวะผู้นำเชิงนวัตกรรมเพื่อขับเคลื่อนการเปลี่ยนแปลงในองค์กร
  4. The Next Accelerator: Workforce AI & Financial Empowerment (2 วัน) หลักสูตรพัฒนาศักยภาพบุคลากรรุ่นใหม่ (Aspire Level) ผสาน Mindset, AI Productivity Tools และ Financial Literacy เพื่อยกระดับการทำงาน การตัดสินใจ และการวางแผนชีวิตทางการเงินอย่างยั่งยืนในยุคเศรษฐกิจดิจิทัล