รู้จัก Frontier Firm แนวคิดใหม่ขององค์กรในยุค AI

ปัจจุบัน AI เข้ามามีบทบาทอยู่รอบตัวเราในแทบจะทุก ๆ ด้าน ไม่เว้นแม้แต่ด้านธุรกิจที่การมาของ AI ทำให้การแข่งขันสูงขึ้นมาก และยิ่งปัจจุบัน AI ได้พัฒนาอย่างต่อเนื่องจนกลายเป็น Agent ที่มีความรู้ทั้งภายในและภายนอกองค์กร ที่เปลี่ยนแปลงกระบวนการทำงานไปอย่างมาก
รู้จัก Frontier Firm แนวคิดใหม่ขององค์กรในยุค AI

รู้จัก Frontier Firm แนวคิดใหม่ขององค์กรในยุค AI

ปัจจุบัน AI เข้ามามีบทบาทอยู่รอบตัวเราในแทบจะทุก ๆ ด้าน ไม่เว้นแม้แต่ด้านธุรกิจที่การมาของ AI ทำให้การแข่งขันสูงขึ้นมาก และยิ่งปัจจุบัน AI ได้พัฒนาอย่างต่อเนื่องจนกลายเป็น Agent ที่มีความรู้ทั้งภายในและภายนอกองค์กร ที่เปลี่ยนแปลงกระบวนการทำงานไปอย่างมาก
จากข้อความข้างต้น ทำให้เกิดเป็นแนวความคิดใหม่ของการทำงานที่จะเป็นการรวมเรื่องความสามารถของปัญญาประดิษฐ์และการตัดสินใจของมนุษย์ จะสร้างกระบวนการทำงานในรูปแบบที่ AI เป็นผู้ปฏิบัติและมนุษย์กลายเป็นผู้นำของ AI ที่ถูกเรียกว่า Frontier Firm ที่นิยามขึ้นโดย Microsoft ที่เกิดขึ้นในปี 2025
และ Frontier Firm ในปี 2025 จะก่อให้เกิดอะไรขึ้นบ้าง และถ้าเราจะเปลี่ยนองค์กรของเราไปสู่การเป็น Frontier Firm ได้ ต้องทำอย่างไร

แนวคิดหลักของ Frontier Firm: AI Agent คือแรงงานที่สำคัญ

ในปี 2025 AI ถูกยกระดับความสามารถไปมากยิ่งขึ้น ด้วยการนำ AI ไปประยุกต์การทำงานด้านต่าง ๆ จนทำ AI ปัจจุบัน ได้กลายเป็น AI Agent ที่ไม่ได้มีแค่ความสามารถในการถามตอบแต่ยังสามารถติดต่อไปยัง Agent ตัวอื่น ๆ เพื่อเรียกใช้ความสามารถเฉพาะของ Agent นั้น ๆ ได้อีกด้วย ทำให้บริษัทสามารถขยายการทำงานของเดิมได้อิสระ แต่มนุษย์ก็ไม่ได้หายไปจากระบบการทำงาน มนุษย์ยังคงมีบทบาทสำคัญในการตัดสินใจในกระบวนการทำงานสำคัญต่าง ๆ
ปัจจุบัน Agent นั้นสามารถทำหน้าที่เป็นเหมือนแรงงานดิจิทัล (Digital labor) ที่สามารถพัฒนาความสามารถของตัวเองได้ตลอด และยังสามารถหาซื้อเพื่อมาเพิ่มศักยภาพของแรงงานได้ตามความต้องการของเรา

3 แนวโน้มหลักของ Frontier Firm

แนวโน้มหลักของ Frontier Firm นั้นแบ่งออกได้เป็น 3 ข้อใหญ่ ดังนี้
 

  1. เราสามารถซื้อระบบอัจฉริยะได้ตามต้องการ (You can buy intelligence on tap) เพราะปัจจุบัน AI กลายเป็นเครื่องมือที่มีหลากหลาย และราคาสามารถเอื้อมถึงได้ พร้อมกับสามารถนำมาใช้ได้ตรงตามความต้องการได้ ยิ่งการมาถึงของ AI Agent ที่มีฐานะเป็นเหมือนแรงงานดิจิทัล (Digital labor) ที่สามารถหาเหตุผล วางแผน และดำเนินการได้เหมือนเป็นพนักงานอีกคน ทำให้พนักงานที่เป็นคนจริง ๆ สามารถเพิ่มศักยภาพของตัวเองได้
  2. การทำงานร่วมกับมนุษย์และ Agent (Human-agent teams will upend the org chart) รูปแบบการทำงานขององค์กร จะถูกทดแทนด้วยลำดับกระบวนการทำงาน (Work Chart) ซึ่งจะเน้นไปที่ผลลัพธ์ของงาน โดยที่การทำงานจะเป็นการตั้งเป้าหมายของงาน ที่จะเน้นไปที่การใช้งาน Agent ที่จะเข้าไปดูที่ระบบต่าง ๆ เพื่อให้เป็นระบบอัตโนมัติ ภายใต้การกำกับการดูแลของพนักงานที่เป็นคนจริง ๆ เพื่อให้ Agent ให้มีประสิทธิภาพเสมอ
  3. พนักงานทุกคนจะกลายเป็น Agent Boss (Every employee become an agent boss) Agent Boss คือ พนักงานที่จะกลายเป็นผู้บริหาร จัดการ มอบหมายงาน และรวมถึงการสร้าง Agent ขึ้นมาเพื่อใช้ในการทำงานเพื่อขยายขอบเขตการทำงานได้เพิ่มขึ้นอีกด้วย ทำให้ทางองค์กรต้องเตรียมทักษะที่จำเป็นสำหรับการนำ AI มาใช้เป็นเครื่องมือ สู่เพื่อนคู่คิด เพื่อให้การทำงานของเรามีประสิทธิภาพ
the-journey-of-frontier-firm

เส้นทางสู่ Frontier Firm

การที่องค์กรจะกลายเป็น Frontier Firm ได้ จะมีทั้งหมด 3 ระยะ ดังนี้

ระยะ  ชื่อบทบาท
ระยะที่ 1                   มนุษย์กับผู้ช่วย (Human with assistant)พนักงานทุกคนจะมีผู้ช่วยที่เป็น AI ส่วนตัว ที่จะช่วยให้การทำงานดีขึ้นและเร็วขึ้น ซึ่งจะลดการทำงานซ้ำ ๆ ลงไปได้
ระยะที่ 2ทีมที่ประกอบด้วยมนุษย์และ Agent (Human-agent teams)Agent จะเข้ามาอยู่ในทีมที่มีฐานะเป็น พนักงานดิจิทัล (Digital Employee) ที่จะเข้ามาช่วยรับงานที่มอบหมายแบบเฉพาะทางและพร้อมทำตามคำสั่งของเพื่อนร่วมทีมที่เป็นมนุษย์
ระยะที่ 3มนุษย์นำ, Agent ปฏิบัติงาน (Human-led, agent-operated)ในระยะนี้พนักงานที่เป็นมนุษย์จะเป็นคนกำหนดทิศทาง และ Agent จะดำเนินการตามขั้นตอนการทำงานแบบครบวงจร (End-to-end logistics) ภายใต้การกำกับดูแลของมนุษย์ที่สามารถเข้ามาแก้ไขข้อจำกัดบางอย่างได้

แนวทางการเริ่มต้นใช้งาน AI Agent เพื่อการเป็น Frontier Firm

สำหรับแนวทางการเริ่มต้นใช้งาน AI Agent เพื่อการเป็น Frontier Firm มีทั้งหมด 3 ขั้นตอน ดังนี้

  1. จ้างพนักงานดิจิทัลคนแรก (Hire your first digital employees) ทางองค์กรจะต้องมีการกำหนดขอบเขตงานที่ชัดเจนสำหรับ Agent พร้อมกับมีการวัดผลการทำงาน (KPI) เหมือนพนักงานทั่วไป
  2. กำหนดอัตราส่วนของมนุษย์-Agent (Set your human-agent ratio) องค์กรจะต้องกำหนดสัดส่วนการทำงานของพนักงานที่เป็นคนและ Agent ให้ชัดเจน เช่น งานที่เป็นงานซ้ำ ๆ ให้ Agent ทำงานไป ส่วนงานที่ต้องมีการตัดสินใจหรือการใช้ดุลพินิจ รวมถึงการมีปฏิสัมพันธ์กับลูกค้าในระดับที่ลึกมากขึ้นก็ต้องให้พนักงานที่เป็นคนเข้า
  3. ขยายการใช้งานให้ทั่วองค์กร (Get to broad scale-fast) เมื่อการทดลอง Agent ได้ผลตามเป้าหมายของเราแล้ว ให้รีบขยายการใช้งาน Agent ให้ทั่วองค์กรอย่างรวดเร็ว โดยเฉพาะแผนกที่มีความต้องการสูง เช่น ฝ่ายปฏิบัติการ บริการลูกค้า หรือ การเงิน

ระดับความสามารถของ Agent และตัวอย่างการใช้งาน

ในทางเทคนิค เราสามารถแบ่งความสามารถของ Agent สามารถแบ่งออกตามระดับความซับซ้อนของการทำงานได้ทั้งหมด 3 ระดับ

ระดับความสามารถของ Agentคำอธิบายตัวอย่าง
Retrievableการรับและส่งข้อความที่สร้างจากข้อมูลที่มีการป้อนเข้าไป โดยเป็นข้อมูลจากเว็บไซต์ทั่วไปCopilot Chat
Taskรองรับการสั่งงานเพื่อกระตุ้น (Trigger) ให้ AI สามารถเริ่มทำงานหรือเชื่อมต่อกับระบบอัตโนมัติอื่น ๆการสั่งให้ AI ไปเรียกใช้งาน Workflow บน Power Automate
AutonomousAgent สามารถปรับแต่งและดำเนินการได้ตามงานที่มนุษย์ได้วางไว้ โดยไม่ต้องสั่ง และสามารถตัดสินใจเรื่องง่าย ๆ ที่ไม่มีความเสี่ยงสูงได้การจัดการระบบเปิด Ticket/Request

ตัวอย่าง Agent เฉพาะทาง (Coach Agent)  เพื่อพัฒนาทักษะและความคิดสร้างสรรค์

  • Prompt Coach: ช่วยแนะนำวิธีการเขียน Prompt ที่ถูกต้องและสอดคล้องกับหลักการปฏิบัติขององค์กร
  • Idea Coach: ช่วยในการระดมไอเดียและการนำเสนอแนวคิดต่าง ๆ ที่เป็นระบบและขั้นตอนที่เหมาะสมขององค์กร
  • Career Coach: ช่วยวิเคราะห์จุดแข็ง จุดอ่อน และแนะนำเส้นทางการเรียนรู้เพื่อพัฒนาทักษะหรือปรับเปลี่ยนสายงานภายในองค์กร

บทสรุปของการเข้าสู่ Frontier Firm: การปรับตัวคือสิ่งสำคัญ

การก้าวเข้าสู่ Frontier Firm ถือเป็นการเปลี่ยนแปลงที่รวดเร็ว สิ่งที่จะเกิดขึ้นคือผังองค์กรกำลังจะเปลี่ยนไป ตลาดแรงงานกำลังพัฒนาความต้องการทักษะด้าน AI ที่ปัจจุบันสูงถึง 70% ปี 2025 เป็นปีแห่งการเริ่มต้นขององค์กรที่กำลังจะเข้าสู่ แนวทางการทำงานแบบใหม่ ที่ AI จะกลายเป็นอีกส่วนนึงขององค์กรที่สำคัญ และทักษะความรู้ในเรื่องนี้ถือเป็นเรื่องสำคัญทั้งกับผู้นำและพนักงานทุกคน

ขอบคุณสำหรับการติดตาม
#อย่าหยุดเรียนรู้
9Expert Training